อีสานไกด์ ดอทคอม สารบัญเว็บอีสาน ข่าว ฟังหมอลำออนไลน์ โพสต์รูป ตลาดซื้อขาย ติดต่อโฆษณา
 
   หน้าหลักผู้หญิง | ผู้หญิงสวยเลือกได้ | แฟชั่นอินเทรนด์ | มีสุขภาพดี | ผู้ชายอยากรู้ | แม่และเด็ก | รู้ทันโรคใกล้ตัว | ดูเรื่องย้อนหลัง| บอร์ดพูดคุยผู้หญิง
 

หัวใจเต้นผิดจังหวะ…เร็วไปช้าไปอันตรายถึงชีวิต

โพสต์เมื่อ18 พ.ย 2558 15:34 น. ผู้ชม 662
 
Share
 
 

หัวใจเต้นผิดจังหวะ…เร็วไปช้าไปอันตรายถึงชีวิต

 

คุณเคยรู้สึกไหมว่าอยู่ดีๆ ใจสั่น ใจหวิว มึนงง คล้ายจะเป็นลม เหนื่อยง่าย อยู่เฉยๆก็เหนื่อย รู้สึกเพลีย ออกกำลังกายไม่ได้เหมือนเดิม นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจคุณกำลังเต้นผิดปกติอยู่ก็ได้ ด้วยสภาวะสังคมในยุคปัจจุบันที่ทุกคนใช้ชีวิตอยู่บนความเร่งรีบและความจำกัดทำให้ผู้คนส่วนมากต้องประสบกับปัญหาทางด้านสุขภาพ หลายคนอาจมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าร่างกายเริ่มส่งสัญญาณดังกล่าวข้างต้น ขอบอกเลยว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะ "การเต้นของหัวใจผิดปกติ" สามารถเกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย และทุกคน เราจึงควรหันมาใส่ใจกันก่อนที่จะสายเกินไป

 

 

 

นพ.ไพศาล บุญศิริคำชัย อายุแพทย์โรคหัวใจ สถาบันหัวใจเพอร์เฟคฮาร์ท โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า หัวใจเป็นอวัยะหลักที่สำคัญส่วนหนึ่งของร่างกาย ซึ่งทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา มีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ภายในร่างกาย ในการสูบฉีดเลือดของหัวใจนั้นจะเกิดการบีบตัวและคลายตัวของหัวใจ โดยอาศัยโครงสร้างของกล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac muscle) และ ระบบนำไฟฟ้า (conduction system)

 

 

ภายในหัวใจ สร้างและควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจของผู้ใหญ่ปกติจะอยู่ที่ 60-100ครั้ง/นาที เต้นด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ การเต้นของหัวใจถูกหนดด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ส่งจากเนื้อเยื่อบริเวณหัวใจห้องบนขวา และส่งต่อไปยังห้องหัวใจที่เหลือ ซึ่งกลไกลของหัวใจนี้ถูกควบคุมโดยกระแสไฟฟ้าหัวใจ หากเกิดการลัดวงจรในห้องหัวใจ จะมีผลให้การสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

 

 

 

(Cardiac Arrhythmia) เกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยทุกช่วงอายุ ขึ้นอยู่กับชนิดของหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ 1.กรรมพันธ์ ซึ่งเป็นความผิดปกติของวงจรไฟฟ้าหัวใจตั้งแต่กำเนิด 2. การเสื่อมสภาพของระบบไฟฟ้าหัวใจ เมื่ออายุมากขึ้น 3.การรับประทานยารักษาโรคบางอย่างเป็นเวลานานติดต่อกัน 4.จากโรคต่างๆ เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ทั้งนี้อาการของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ จะมีอาการใจสั่น มึนงง ใจหวิว วูบ ความดันโลหิตต่ำ หน้ามืด เจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หมดสติ หรือหัวใจวาย ขึ้นอยู่กับอัตราการเต้นของหัวใจและพยาธิสภาพของหัวใจ การสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายน้อยลง ทำให้อวัยวะขาดเลือด ยิ่งอวัยวะสำคัญอย่างสมอง อาจส่งผลอันตรายทำให้เซลล์สมองตายและเกิดความพิการหรือเสียชีวิตในที่สุด

 

 

 

ในส่วนการวินิจฉัยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะทำได้ด้วยวิธีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)แต่บางครั้งก็ไม่สามารถตรวจได้ด้วยวิธีนี้ เนื่องจากความผิดปกติจะเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ และหายไป ผู้ป่วยยังไม่มีอาการ แพทย์อาจต้องใช้เครื่องมืออื่นๆ เพื่อช่วยในการวินิจฉัย ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจติดตามภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดย เครื่องโฮลเตอร์ (Holtermonitor)ซึ่งเป็นแผ่นขั้วไฟฟ้าที่ติดผิวหนังบริเวณหน้าอกต่อกับสายที่เชื่อมกับเครื่องที่บันทึกการเต้นของหัวใจที่มีขนาดเล็ก ตรวจติดตามอาการตลอดเวลาที่ทำกิจวัตรประจำวัน ประมาณ 24-48ชั่วโมง

 

 

แพทย์จะนำผลที่บันทึกได้มาทำการวิเคราะห์คลื่นหัวใจ เพื่อวินิจฉัยและติดตามการรักษาประเมินประสิทธิภาพการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะต่อไป ในบางรายที่อาการเกิดขึ้นไม่บ่อย เช่น หลายๆ เดือนครั้ง อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดฝังเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจใต้ผิวหนัง (Implantable loop recorder) เครื่องจะตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอดเวลาและจะบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติ หรือผู้ป่วยและญาติสามารถกดสวิทช์จากรีโมทที่พกติดตัวให้เครื่องทำการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ขณะมีอาการได้ โดยเครื่องมีแบตเตอรี่ในตัวสามารถทำงานได้นานถึง 1 ปี

 

 

 

นพ.ไพศาล บุญศิริคำชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะนั้น แพทย์จะพิจารณาจาก สาเหตุ อาการ ความรุนแรงของโรค เพื่อที่จะหาวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย แต่ในผู้ป่วยบางรายที่ทราบแน่ชัดว่ามีสาเหตุมาจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจลัดวงจร การวิเคราะห์ระบบไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiology study) จะช่วยนำไปสู่การวินิจฉัยขั้นสุดท้าย โดยจะเป็นการใส่สายสวนขนาดเล็กเข้าไปยังตำแหน่งต่างๆ ภายในหัวใจ ร่วมกับการใช้เครื่องเอกซเรย์ในการเลือกตำแหน่งที่ถูกต้อง

 

 

โดยปลายของแต่ละสายจะมีความสามารถในการบันทึกคลื่นไฟฟ้าที่เกิดขึ้นภายในหัวใจ ทำให้ทราบว่ามีจุดกำเนิดผิดปกติหรือการนำไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้นในหัวใจหรือไม่ หากพบว่ามีจุดกำหนดไฟฟ้าหรือวงจรที่ผิดปกติ แพทย์อาจใช้คลื่นไฟฟ้าความถี่สูงจี้ผนังหัวใจในส่วนที่มีวงจรที่ผิดปกติโดยผ่านทางสายดังกล่าว ทำให้วงจรไฟฟ้าของผู้ป่วยกลับมาปกติและผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดได้

 

ถึงแม้โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงโรคนี้ได้ ด้วยการหมั่นดูแลสุขภาพของตัวเองอยู่เสมอ ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น บุหรี่ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ทำจิตใจให้สบาย ไม่เครียด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนักให้พอดีกับรูปร่าง และที่สำคัญที่สุดคือเมื่อพบว่ามีความผิดปกติควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำทุกปี เท่านี้ก็สามารถทำให้ห่างไกลจากโรคได้แล้ว

 
 
   
  ผู้โพสต์ : เว็บมาสเตอร์ อีสานไกด์ ผู้หญิง
   
 
 
  เรื่องอื่นที่น่าสนใจ
 
ภาวะผู้มีบุตรยาก เกิดจากมดลูกเย็น รักษาได้ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน
การรักษาภาวะผู้มีบุตรยากตามหลักแพทย์แผน...
ผู้ชม 95
อัศจรรย์! 4 โรคร้ายหายได้ด้วย มะเขือพวง
มะเขือ พวง ผักพื้นบ้านที่ทุกคนต่างรู้จั...
ผู้ชม 474
 
โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบที่ค่อยๆเป็น แต่ไม่ค่อยรู้ตัว
ภัยมฤตยูเงียบอันนี้อุปมาเหมือนเป็นความด...
ผู้ชม 101
ไขความลับ มะเร็งไม่ได้ฆ่าผู้ป่วยแต่สิ่งที่ฆ่าผู้ป่วยคืออะไร?...ฟังแพทย์ชื่อดังจากจีนไขปัญหา
หลังจากศึกษาและเก็บตัวอย่างมากว่า 20 ปี...
ผู้ชม 379
 
มะเร็ง โรคร้ายที่คนไทยเป็นกันมาก เพราะโดยส่วนใหญ่ยังรักษาไม่ได้
มะเร็ง โรคร้ายที่คนไทยเป็นกันมาก เพราะโ...
ผู้ชม 249
เสพติด ความเครียด อยู่หรือไม่? จนต่อมหมวกไตทำงานมากเกินไป
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตื่นยาก และแอบงีบหล...
ผู้ชม 279
 
 
 
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : หัวใจเต้นผิดจังหวะ…เร็วไปช้าไปอันตรายถึงชีวิต
   
 
ร่วมแสดงความคิด :
ชื่อ :
อีเมล :
ข้อความ :
ภาพ :
กรอกรหัส :
 
   
 
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@esanguide.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

 

 
  5 อันดับเรื่องอัพเดทใหม่ล่าสุด
 
ภาวะผู้มีบุตรยาก เกิดจากมดลูกเย็น รักษาได้ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน
 
โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบที่ค่อยๆเป็น แต่ไม่ค่อยรู้ตัว
 
อัศจรรย์! 4 โรคร้ายหายได้ด้วย มะเขือพวง
 
ไขความลับ มะเร็งไม่ได้ฆ่าผู้ป่วยแต่สิ่งที่ฆ่าผู้ป่วยคืออะไร?...ฟังแพทย์ชื่อดังจากจีนไขปัญหา
 
มะเร็ง โรคร้ายที่คนไทยเป็นกันมาก เพราะโดยส่วนใหญ่ยังรักษาไม่ได้
 
 
 
  10 เรื่องที่น่าสนใจประจำวัน
 
เครียดแล้วแก่ กินต้านเครียดคืนวัยวันอันสดใส  
 
โรคตับเสื่อม หรือ ตับอักเสบ หาวิธีการป้องกันอย่างไร  
 
บัญญัติขจัดร้อน 10 ข้อ  
 
TOPMAN Design 2013 Spring/Summer Collection  
 
ไขพฤติกรรม นอนกัดฟัน ของลูกน้อย  
 
เจ้าโลกตั้งผงาด ไม่คลายตัวกลับสู่ภาวะปกติเป็นเรื่องอันตรายของผู้ชาย  
 
โรคหัวใจและหลอดเลือดทำน้องชายไม่แข็งตัว  
 
ความดันโลหิตสูงเสี่ยงอันตรายถึงตายและอัมพาต  
 
ไซนัสอักเสบ...คืออะไร?  
 
เตือนระวัง 3 โรคหน้าฝน เผยพบผู้ป่วย “โรคตาแดง  
 
 
 
  ติดต่อเว็บมาสเตอร์
ติดต่อสอบถาม แนะนำติดชมเว็บ แจ้งปัญหาการใช้งานและ สนใจลงโฆษณา ติดต่อได้ที่ เว็บมาสเตอร์ อีสานไกด์ ดอทคอม คลิกที่นี่