วันอังคาร 17 ตุลาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > หมอลำ > “ผู้นำ” กับการสร้างวาทกรรมหลอกคนได้ในบางเวลา แต่ไม่สามารถหลอกคนได้ตลอดเวลา

“ผู้นำ” กับการสร้างวาทกรรมหลอกคนได้ในบางเวลา แต่ไม่สามารถหลอกคนได้ตลอดเวลา

หมวดหมู่ : หมอลำ 25 พฤษภาคม 2017 เปิดอ่าน 142 ครั้ง
การปฏิวัติความคิด กับโจทย์ที่ใช้ “วาทะกรรม” เป็นชุดความคิดเพื่อทำลายล้างกลุ่มอื่นๆๆ โดยพยายามอวดอ้าง “สืบสานวัฒนธรรม” เป็นสิ่งที่น่าอับอายอย่างยิ่งยวดที่พยายามปลุกระดม เพื่อเอาชุดความคิดที่ตนเองสร้างความเชื่อขึ้นมาเพื่อทำลายกลุ่มอื่น หรือบุคคลอื่น ในการที่จะทำให้มวลชนผู้ที่หลงเชื่อ ปักใจเชื่อได้เร็วยิ่งขึ้น
 
โดยใช้ “เงิน” หรือสิ่งของเป็นตัวเชื่อมเพื่อให้เกิดแรงจูงใจในพลังแห่งความน่าเชื่อถือยิ่งมากขึ้น พูดง่ายๆ คือ วิธีการใช้เงิน “ซื้อใจมวลชน” เพื่อให้มวลชนตัดสินใจเลือกข้างง่ายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งปล่อยวาทะกรรมต่าง ๆๆ ที่สรรหามาเพื่อ การใส่ร้ายป้ายสี การนินทากลุ่มคนอื่น ๆๆที่ไม่เลือกข้างฝ่ายตนเอง เหมือนลักษณะ กลุ่มคนดี กลุ่มคนชั่ว พูดแบบนี้คงไม่ผิด
 
ในยุคการเมืองที่ร้อน ๆๆ วิธีการนี้ใช้ได้ผลมาแล้ว ก็ไม่แตกต่างจากกลุ่มคนฟังลำที่พยายามสร้างฐานมวลชนจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่เห็นชัดมากยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบัน คือ การเรียกร้อง เชิญชวน ให้มวลชนเลือกข้าง หรือให้ฝักใฝ่ฝ่ายตนเอง และใช้วิธีการที่สกปกและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆๆ ซึ่งเป็นวิธีการที่สังคมคนฟังลำควรจะประณามการกระทำดังกล่าว
 
ทำให้สังคมและวัฒนธรรมกลุ่มคนฟังลำรู้สึกหดหู่ใจ ในบรรยากาศที่ขาดความรักความสามัคคีของกลุ่มต่าง ๆ เพียงเพราะต้องการฐานอำนาจจากมวลชนเพื่อให้ตนเองมีอำนาจในการต่อรอง หรือทำกิจกรรมใด ๆๆ ต่อวงการหมอลำ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรยอมรับกับแนวคิด วิธีการ หรือวิสัยทัศน์ในการที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่ม ซึ่งผู้นำกลุ่มหมอลำต่าง ๆๆ ไม่ควรสนับสนุนวิธีการแบบนี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
 
ทั้งนี้เรียกได้ว่า เป็นวิธีหรือแนวทางในการดิสเครดิส กลุ่มอื่นๆๆ เพื่อให้ภาพตนเองดูดี เป็นกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือ เหมือนจะเป็นการยกระดับกลุ่มตนเองให้มีภาพน้ำดีขึ้นไปเรื่อยๆ แต่หารู้ไม่ว่าการใช้วิธีการสกปรกน้ำก็ย่อมเสียได้ เขาเหล่านั้นจะคิดว่าวิธีการเรียกมวลชนเพื่อสร้างฐานอำนาจให้ตนเอง หวังผลประสบความสำเร็จเร็วขึ้น ในการสร้างกลุ่มมวลชนให้ใหญ่ขึ้นระยะเวลาอันสั้น
 
การสร้างความกดดันไปยังมวลชนที่ได้รับ “สิ่งของ” หรือ “เงินทอง” ที่เปรียบเสมือนใบเบิกทางในการให้เขาเหล่านั้นตัดสินใจที่จะปักใจเชื่อตามชุดความคิดที่คนเหล่านั้นสร้างวาทะกรรมขึ้นมา ด้วยวิธีการหรือวาทะกรรมเหล่านี้ ถ้าไม่เป็นจริง หรือไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทำให้คนหลงเชื่อนึกว่าสิ่งเหล่านี้ คือ เรื่องจริง
 
แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ก็ไม่จีรังยั่งยืน ก็จะล้มสลายไปเอง อย่าได้คิดเชียวว่าความนิยมจะไม่มีวันตก หากหลงคิดอย่างนั้น เท่ากับไม่เข้าใจธรรมชาติของการก่อตั้งกลุ่มหรือชมรม เพราะทุกอย่างมีระยะเวลาของมันอยู่แล้ว “เกิดขึ้น” “ตั้งอยู่” และ “ดับไป”
 
การสืบสานวัฒนธรรม จะถูกลากเชื่อมโยงกันกับการสร้างฐานอำนาจโดยมีมวลชนหนุนหลัง จึงเป็นเรื่องปรกติ ในแนววิถีการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ การสร้างกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีอุดมการณ์ มีความคิด มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการในการจัดกิจกรรมต่าง ๆๆ ถ้าหากการสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อการแข่งขัน เพื่อการสร้างฐานมวลชนไว้รองรับอำนาจของตนเอง เป็นสิ่งที่น่าอับอายอย่างยิ่งยวด
 
และบอกได้เลยว่า เรื่องนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ในการแย่งมวลชน ถ้าหากผู้นำกลุ่ม คิดจะลงมาในสนามมวลชนแบบนี้ ภายในวิถีของการสร้างวาทะกรรมใส่ร้ายป้ายสี กับกระบวนการทำลาย ความน่าเชื่อถือกลุ่มอื่น ๆๆ หรือบุคคลอื่น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของตนเอง มีคำกล่าวที่ว่า แม้แต่ปลาที่ลืมตาอยู่ตลอดเวลา ก็ยังตกเป็นเหยื่อ
 
ในยุคที่ผู้คนเสพข้อมูลข่าวสารจากโซเชียลมีเดียมากขึ้นนี้เอง กลายเป็นปัจจัยเสริม จุดแข็ง ในการทำสงครามสื่อ สร้างข่าวลือ ปล่อยข่าวลวง เพื่อหวังผลต่างๆ ตั้งแต่ในระดับปัจเจกบุคคล กลุ่ม องค์กร ไปจนถึงระดับชาติ ดังจะเห็นได้จากการใช้โซเชียลมีเดีย โจมตีกันในช่วงวิกฤติการเมืองที่ผ่านมาลักษณะแบบนี้ กับวิธีการนี้ก็คงไม่แตกต่างกัน
 
เฟซบุ๊ก กลายเป็น อาวุธร้าย ที่มีอานุภาพในการทำลายล้างสูง มากกว่าอาวุธที่ใช้ในสงครามจริง ผู้คนตกเป็น เครื่องมือ ในการปล่อยข่าวลือ ข่าวลวง ด้วยหลงเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจกับข้อความที่โพสต์ หรือแชร์ส่งต่อกันมา ตัวผู้บงการใหญ่ที่ชอบอวดอ้างภาพลักษณ์ผู้ดีมีการศึกษาจิตใจงดงามดังนางฟ้า หัวใจเปี่ยมล้นเต็มไปด้วยกุศลผลบุญ แต่หากเราล่องดูให้ชัดขึ้นกับเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา
 
การแบ่งแยกมวลชนด้วยวิธีทางลัดเพื่อหวังผลให้เกิดความแตกแยกทางความคิด ขุดรากเหง้าความขัดแย้งในอดีตขึ้นมา แบ่งแยกมวลชน กระตุ้นให้สังคมเกิดความรุนแรงในความคิดบนโลกออนไลน์ ถือเป็น กระบวนการทำลายความมั่นคงของกลุ่มคนฟังลำ เป็นการเอาชนะที่ไม่ยั่งยืน เพราะสร้างศัตรูรอบด้าน และจุดเปราะบางทางความคิดที่ทำให้สังคมคนฟังลำแตกแยกมากยิ่งขึ้น เป็นวิธีการโหนกระแสหมอลำสร้าง วาทะกรรม ที่เรียกว่า หลอกลวง “อุดมการณ์” เหมือนจุดไฟเผาตนเอง
 
เปิดอ่าน 142 ครั้ง